สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

โรคลมชักรักษาไม่ถูกวิธี อันตรายแค่ไหน?

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคลมชักเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ก่อให้เกิดความพิการทางสมองซึ่งมีผลต่อผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ

อันตรายจากโรคลมชัก
อาการของโรคลมชัก นั้นมีอาการที่หลากหลาย และสำหรับอาการบางอย่างที่เกิดขึ้นก็สังเกตไม่ค่อยได้ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่เคยรู้ตัวว่าเป็นโรคดังกล่าว จึงไม่ได้รักษา เช่น ภาวะเหม่อลอย เบลอ จำอะไรไม่ได้ชั่วขณะ เป็นเพียงไม่กี่วินาทีแล้วหาย ทำให้เรานั้นไม่เคยคิดหรือรู้ตัวหรือไม่ทันสังเกต และหากมีอาการเหล่านี้บ่อยขึ้น ถี่ขึ้น แม้จะไม่ได้มีอาการชัก เกร็ง หรือ กระตุก ก็ควรที่จะมาเข้าพบแพทย์เพื่อให้ประวัติอาการ ซักถามถึงประวัติการเกิดอาการ ขอคำแนะนำ รวมทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) จะสามารถบอกได้ว่าเป็นภาวะของโรคลมชักหรือไม่

ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคลมชัก หลายคนมีอาการ เช่น เห็นภาพหมุน เห็นภาพเคลื่อนไหวเร็วกว่าปกติ เห็นแสงจ้าสีสันหลากหลาย บางคนเห็นภาพหลอน หูแว่ว เมื่อได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง จึงพบว่ามีอาการของโรคลมชัก

ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคลมชักรักษาด้วยยากันชัก ที่เหลือจัดอยู่ในกลุ่มดื้อยากันชักซึ่งอาจรักษาหายได้ด้วยการผ่าตัดซึ่งต้องผ่านการประเมินด้วยทีมแพทย์ด้านโรคลมชัก

ในปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วยที่มีอาการลักษณะดื้อยาประมาณหลายหมื่นคนและพบการผ่าตัดสมองเพื่อทำการรักษาโรคลมชักอีกว่าประมาณร้อยกว่ารายต่อปี เนื่องจากโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการรักษาโรคลมชักด้วยการผ่าตัดสมองจริงๆ มีเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมชักด้วยการผ่าตัดและโรคลมชักที่มีอาการดื้อต่อยาได้อย่างครบวงจรโดย รับส่งต่อผู้ป่วยจากทั่วประเทศ

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักที่ถูกต้อง
แพทย์หญิงไพรัตน์ แสงดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติม ในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคลมชักต้องรู้จักอาการของโรค วิธีรักษา และดูแลป้องกันให้ถูกวิธีจริงๆ จึงจะสามารถบรรเทาอาการไม่ให้กำเริบขึ้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเอาช้อนหรือสิ่งของต่างๆ ไปงัดปากผู้ป่วยขณะอาการกำเริบขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกัดลิ้นตัวเองซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างแรง เพราะการเอาสิ่งของต่างๆ เข้าปากผู้ป่วยจะเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดการสำลัก หรือสิ่งของนั้นหลุดลงไปในหลอดลม เกิดการอุดตันในทางเดินหายใจ อาจทำให้เสียชีวิตได้

สำหรับวิธีที่ถูกต้องและจดจำง่าย “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเองได้” โดยสิ่งที่สามารถทำได้จริงๆ คือ เมื่อคุณพบว่าผู้ป่วยอาการกำเริบ คุณเพียงให้การช่วยเหลือด้วยการจัดการกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวผู้ป่วยขณะมีอาการชัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น การพลัดตก การกระแทกของแข็ง ของมีคม เป็นต้น และเมื่ออาการของผู้ป่วยหยุดบรรเทาลงหรือหยุดชักจึงค่อยๆ นำผู้ป่วยมานอนตะแคงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ คลายเสื้อผ้าให้หลวมขึ้น อยู่ในที่ที่อากาศมีความถ่ายเท นอกจากภาวะชักเกร็งกระตุกแล้ว ยังต้องระวังกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการชักเหม่อลอย เนื่องจากเมื่อมีอาการจะไม่รู้สึกตัวและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ว่ายน้ำแล้วเกิดจมน้ำ ชักขณะขับรถ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อตนเอง ผู้ร่วมเส้นทางหรือทรัพย์สินได้ ส่วนผู้ป่วยที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

ดังนั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจเกิดอันตรายขณะชักได้ ซึ่งผู้ใกล้ชิด คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ควรจะทำความเข้าใจกับโรคนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยโรคลมชักมีอาการกำเริบโดยมีภาวะชักเกร็ง กระตุก ไม่เกิน 2 นาที ประมาณนี้ แต่หากชักนานกว่านี้โดยชักนานถึง 5 นาที ควรรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรแจ้งหมายเลข 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะชักต่อเนื่องไม่หยุด และแสดงว่าดื้อต่อการรักษาด้วยยาเพิ่มมากขึ้นด้วย